กฎหมายการค้า การลงทุน
ตุรกีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนโดยตรงจาก
ต่างประเทศ(Foreign Direct Investment: FDI) มาก โดยได้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ การร่วมลงทุน และได้พัฒนามาตรการส่งเสริมการลงทุนมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 1954 จนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบันมีบริษัทที่ร่วมลงทุนระหว่างชาวตุรกีกับต่างชาติ(Foreign Partnership) ประมาณ 5,000 บริษัท โดยประเทศที่เข้ามาลงทุนตุรกีสูงสุดพิจารณาจากการเคลื่อนย้ายทุนสะสม (Cumulative Capital Inflow) ตั้งแต่ปี 1995 คือ กลุ่มสหภาพยุโรป (เยอรมัน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และอิตาลี) สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย และเกาหลีใต้
รัฐบาลตุรกีเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนเกือบทุกสาขาภายใต้เงื่อนไขการกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นที่แตกต่างกันไป ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1. ธุรกิจการสื่อสารประเภทการกระจายเสียง หรือแพร่ภาพทาง วิทยุโทรทัศน์ ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 20
2. ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ ทางทะเล และการสื่อสารโทรคมนาคม ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกินร้อยละ 49
3. การลงทุนในธุรกิจบริการทางเงิน เช่น ธนาคาร ประกันภัย บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ ฯลฯ ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
4. การลงทุนในธุรกิจปิโตรเลียม ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลตุรกี
5. การลงทุนในธุรกิจที่เป็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ (Privatization of State-owned Enterprises) รัฐบาลตุรกีจะกำหนดเงื่อนไขพิเศษเป็นการเฉพาะกรณีและจะมีการประกาศให้ทราบเป็นครั้ง ๆ ไป
สิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทุนได้รับตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนของตุรกี
1. สามารถถือหุ้นในบริษัทที่จัดตั้งในประเทศตุรกีได้ 100 เปอร์เซ็นต์
2. สิทธิในการโอนผลกำไรกลับประเทศ
3. สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและค่าธรรมเนียม ได้แก่ ภาษีนำเข้าเครื่องจักร ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการซื้อเครื่องจักรในประเทศ ภาษีเงินได้นิติบุคคล ค่าธรรมเนียมการจัดตั้งบริษัท และค่าธรรมเนียมการเพิ่มทุน เป็นต้น
ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ที่ผู้ลงทุนได้รับตามข้อ 3.3 จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเขตส่งเสริมการส่งทุน และสาขาอุตสาหกรรมที่ลงทุน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
นายเธียรัท พูลสุขโข
นางสาวศจิกา ธรรมานุกิจเจริญ
นายนนทพล ตุวินันทน์
นายพงศกร ภู่เรือน
นายอดิศักดิ์ ปัทมโสภณ
นายปราบ สระทองอ่อน
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment