กลุ่มการค้า และสนธิสัญญาทางการค้า

           เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area) หรือ อาฟต้า (AFTA) เป็นข้อตกลงทางการค้า สำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด

          หลักการ
          1. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอาเซียนในฐานะที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อป้อนสินค้าสู่ตลาดโลกโดยอาศัยการเปิดเสรีด้านการค้าและการลดภาษีและอุปสรรคข้อกีดขวางทางการค้าที่มิใช่ภาษี รวมทั้งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีศุลกากรเพื่อเอื้ออำนวยต่อการค้าเสรี
          2. กลไกการลดภาษีที่สำคัญของ AFTA คือระบบ CEPT (Common Effective Preferential Tariff Scheme) ซึ่งกำหนดให้ประเทศสมาชิกให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีศุลกากรแก่กันแบบต่างตอบแทน กล่าวคือ การที่จะได้สิทธิประโยชน์จากการลดภาษีของประเทศอื่นสำหรับสินค้าชนิดใด ประเทศสมาชิกนั้นจะต้องประกาศลดภาษีสำหรับสินค้าชนิดเดียวกันด้วย ทั้งนี้ CEPT ได้กำหนดให้สินค้าที่ได้รับประโยชน์จากการลดภาษีจะต้องมีสัดส่วนมูลค่าที่เกิดขึ้นในอาเซียน (ASEAN Local Content) อย่างน้อย 40% และสามารถคำนวณวัตถุดิบในอาเซียนแบบสะสม (Cumulative Rules of Origin) โดยกำหนดอัตราขั้นต่ำของวัตถุดิบเท่ากับ 20%
        
          สนธิสัญาทางการค้า
สนธิสัญญาคาร์ส (Treaty of Kars : 1921)
ระหว่าง: ขบวนการแห่งชาติตุรกี และ ฝ่ายสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอาร์เมเนีย, สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตอาเซอร์ไบจาน และสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตจอร์เจีย
เนื้อหา: เพื่อการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างภาคีสัญญา


สนธิสัญญาอังการา (Treaty of Ankara : 1921)
ระหว่าง: ฝรั่งเศส และ ขบวนการแห่งชาติตุรกี
เนื้อหา: ฝรั่งเศสตกลงอพยพออกจากซิลิเซียเป็นการแลกเปลี่ยนกับการลดหย่อนท างเศรษฐกิจโดยตุรกี; ตุรกีรับรองอธิปไตยของฝรั่งเศสต่อซีเรีย


สนธิสัญญามอสโก (Treaty of Moscow : 1921)
ระหว่าง: รัฐบาลบอลเชวิคของรัสเซียบอลเชวิคและสภาแห่งชาติแห่งตุรกี
เนื้อหา: เพื่อการสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างคู่สัญญา




0 ความคิดเห็น:

Post a Comment

นายธงไทย มีเจริญ
นายเธียรัท พูลสุขโข
นางสาวศจิกา ธรรมานุกิจเจริญ
นายนนทพล ตุวินันทน์
นายพงศกร ภู่เรือน
นายอดิศักดิ์ ปัทมโสภณ
นายปราบ สระทองอ่อน